การเลือกฟองน้ำสำหรับปลูกพืช

การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินโดยเฉพาะการปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์นั้น มีการพัฒนารูปแบบการปลูกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการลดอัตราการสูญเสียในแต่ละขั้นตอนลง ช่วยให้ฟาร์มสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่น่าจะต้องจ่ายได้ เป็นวิธีการสร้างกำไรที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก  

การสูญเสียที่เกิดขึ้นในระยะลูกกล้า นับเป็นระยะที่เกิดการสูญเสียมากที่สุด และยังมีผลสืบเนื่องถึงผลผลิตที่จะตามมาในอีก 1 เดือนข้างหน้าว่าจะมีผักออกมาตรงตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ ลูกกล้าจึงนับเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกพืช

ฟองน้ำ เป็นวัสดุปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์ ที่นับวันจะมีบทบาทมากขึ้น อันเนื่องมาจากราคาที่ถูก การย่อยสลายง่าย เป็นที่ต้องการของตลาด และสะดวกในการเพาะปลูก ดังนั้น วันนี้เรามาทำความรู้จักกับฟองน้ำ และเลือกชนิดของฟองน้ำให้เหมาะกับพืช และระบบปลูกกันค่ะ

1. ฟองน้ำเนื้อพรุน เบา เหมาะกับ พืชที่ปลูกในระบบน้ำลึก หรือที่รู้จักในระบบ DRFT หรือการเพาะกล้าในฤดูที่ฝนตกหนาแน่นเน้นการมีช่องอากาศมาก การอุ้มน้ำปานกลาง เพื่อให้มีออกซิเจนในการหายใจของรากพืช พืชจะเติบโตได้ดี และการเิกิดโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่าโคนเน่าจะเกิดได้น้อยกว่า

2. ฟองน้ำเนื้อละเอียด หนัก เหมาะกับพืชที่ปลูกในระบบน้ำบาง หรือ NFT หรือการเพาะกล้าในฤดูที่แล้ง และร้อน เนื้อฟองน้ำจะอุ้มน้ำได้ดี  จึงไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง เมื่อขึ้นปลูกบนแปลงปลูกแล้ว ฟองน้ำไม่แห้งง่าย และมีระยะการเก็บในห้องเย็นได้นาน

3. ฟองน้ำก้อนใหญ่ ขนาด 1 1/4 x 1 1/4 นิ้ว สูง 1 นิ้ว เนื้อพรุน เหมาะกับพืชที่มีระบบรากเล็ก และเน้นที่เพาะต้นกล้าจำนวนหลายต้นต่อหลุม เพื่อเพิ่มน้ำหนักแปลง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *